หน้าแรก

อโรคยา ปรมาลาภา ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ พุทธพจน์บทนี้เป็นพรที่ทุกคนต่างขอให้เกิดขึ้นกับตนเอง จะยากดีมีจน ร่ำรวยเงินทอง แต่ร่างกายเจ็บป่วยเป็นประจำ ก็คงหาความสุขในชีวิตได้ยาก ดังนั้น การรู้รักษาตัวรอด จากโรคภัย เป็นสิ่งที่ทุกคนพึงกระทำที่สุด

หลายโรคภัยเกิดขึ้นโดยไม่มีใครคาดคิด ไม่มีการเจ็บป่วยล่วงหน้า ไม่มีจดหมายแจ้งเตือนให้ระวังตัว บทจะเกิดก็เกิดขึ้นมาซะดื้อ ๆ เล่นเอาเสียชีวิตเลยก็มี อย่างเช่น โรคฮีทสโตรก Heatstroke หรือโรคลมแดด ภัยเงียบที่คร่าชีวิตคนมานักต่อนัก นอนเป็นผักบ้างก็มี โรคนี้เกิดขึ้นได้อย่างฉับพลัน โดยเฉพาะช่วงอากาศร้อน ๆ แบบนี้ แต่หากรู้ทันและป้องกันตนเอง ความเสี่ยงที่จะเกิดโรคนี้ก็มีน้อยลง

โรคลมแดด หรือ ฮีทสโตรก (Heatstroke) คือ ภาวะที่ร่างกายมีอุณหภูมิสูงเกินไป เกิดจากการสัมผัสกับอากาศที่ร้อนจัดหรือการออกกำลังกายเป็นเวลานานโดยที่ร่างกายไม่สามารถระบายความร้อนได้ตามปกติ

อาการของโรคลมแดด สามารถเกิดขึ้นได้ในทันทีโดยที่ไม่มีสัญญาณเตือน และอาการที่เกิดขึ้นจะแตกต่างกันออกไปแต่ละบุคคล ที่พบได้บ่อย ได้แก่

  • อุณหภูมิในร่างกายเพิ่มสูงขึ้นถึง 40 องศาเซลเซียสขึ้นไป  
  • ร่างกายไม่ขับเหงื่อออกแม้จะมีอุณหภูมิในร่างกายสูง
  • ผิวหนังแดง แห้งและร้อน เนื่องจากอุณหภูมิในร่างกายเพิ่มสูง
  • เป็นตะคริวหรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง
  • หายใจถี่และตื้นหัวใจเต้นเร็ว
  • มีอาการปวดศีรษะตุบ ๆ คลื่นไส้ อาเจียน หรืออาจชัก
  • มีสภาพจิตใจหรือพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น สับสนมึนงง กระสับกระส่าย หงุดหงิด พูดไม่ชัด มีอาการเพ้อ หรือไม่สามารถทรงตัวได้

สาเหตุของโรคลมแดด ได้แก่ การอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิสูง หรืออยู่กลางแดดเป็นเวลานาน การออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมที่ต้องใช้กำลังมาก นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ก่อให้เกิดโรคลมแดด ได้แก่ การสวมใส่เสื้อผ้ามากชิ้นเกินไป เสื้อผ้าระบายความร้อนได้ไม่ดี และมีสีเข้ม ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ดื่มน้ำไม่เพียงพอ ทำให้ร่างกายอยู่ในภาวะขาดน้ำ ไม่มีน้ำทดแทนจากการเสียเหงื่อ เป็นต้น

การรักษาโรคลมแดด

การรักษาโรคลมแดดขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ ซึ่งผู้ที่เกิดอาการต้องได้รับความช่วยเหลือในทันที เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายต่อสมองและอวัยวะที่สำคัญในร่างกาย ด้วยการทำให้อุณหภูมิในร่างกายลดลงเป็นปกติโดยเร็ว

เบื้องต้นก่อนนำส่งโรงพยาบาล คนรอบข้างอาจช่วยเหลือผู้ป่วยได้โดยการนำตัวไปไว้ในที่ร่มหรือสถานที่ที่มีเครื่องปรับอากาศ ถอดหรือคลายเสื้อผ้าที่คับแน่นออก และประคบด้วยความเย็น

วิธีการรักษาเพื่อให้อุณหภูมิในร่างกายลดลง ได้แก่ ให้ผู้ป่วยอาบน้ำเย็นหรือแช่ตัวลงไปในน้ำเย็น เป็นวิธีที่จะช่วยให้อุณหภูมิในร่างกายลดลงได้อย่างรวดเร็ว หรือหากผู้ป่วยยังรู้สึกตัว ควรให้ดื่มน้ำเย็นที่ไม่มีส่วนผสมของคาเฟอีนและแอลกอฮอล์

ภาวะแทรกซ้อนโรคลมแดด

โรคลมแดดทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้มากมาย โดยขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่เกิดอาการและหากได้รับการช่วยเหลือล่าช้า อาจทำให้เกิดความเสียหายต่อสมองหรืออวัยวะที่สำคัญอื่น ๆ ของร่างกาย เช่น ไตวายหรือหัวใจวาย และอาจทำให้เกิดความเสียหายอย่างถาวรได้ นอกจากนั้น หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีหรือรักษาได้ไม่ดีพอ อาจทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้

การป้องกันโรคลมแดด

  1. วิธีที่สำคัญที่สุดเพื่อป้องกันการเกิดโรคลมแดด คือการหลีกเลี่ยงไม่ให้ร่างกายขาดน้ำและหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมที่ใช้กำลังมาก โดยเฉพาะในสถานที่ที่มีอากาศร้อนและชื้น แต่หากจำเป็นก็ควรดื่มน้ำสะอาดให้มาก และหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ เพราะอาจทำให้เกิดภาวะร่างกายขาดน้ำ
  2. สำหรับชาวไร่ที่ต้องทำงานกลางแจ้ง ต้องปกป้องตนเองจากแสงแดด ด้วยการสวมใส่เสื้อผ้าที่สบายระบายอากาศได้ดี สีอ่อน หรือสวมหมวกปีกกว้าง รวมไปถึงใช้ครีมกันแดดที่มีค่าป้องกันแสงแดด (SPF) 15 ขึ้นไป
  3. รับประทานอาหารที่มีฤทธิ์เย็น เช่น สลัดและผลไม้
  4. ใช้น้ำพรมตามผิวหนังและเสื้อผ้า หรืออาจใช้ผ้าชุบน้ำหมาด ๆ วางไว้ที่คอ เพื่อช่วยลดอุณหภูมิในร่างกายขณะทำงาน
  5. จัดการสภาพแวดล้อมหรือที่พักอาศัยให้เย็นสบาย เช่น การปิดหน้าต่างหรือผ้าม่านบริเวณที่สัมผัสกับแสงแดด หรือหากต้องการนอนหลับพักผ่อน ควรไปอยู่ในห้องที่เปิดเครื่องปรับอากาศหรือพัดลม นอกจากนั้น ควรปิดไฟหรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น เพราะเป็นแหล่งกำเนิดความร้อน และการปลูกต้นไม้และวางอ่างน้ำไว้บริเวณที่พักอาศัยจะช่วยให้อุณหภูมิเย็นลงได้
  6. ระวังอย่าให้เด็ก ผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัวอยู่ในรถที่จอดเอาไว้ โดยเฉพาะหากจอดเอาไว้กลางแดด เพราะภายใน 10 นาที อุณหภูมิในรถจะเพิ่มขึ้นมากว่า 6 องศาเซลเซียส ซึ่งมีอันตรายมาก
  7. ผู้ที่ใช้ยาบางชนิดหรือเป็นโรคประจำตัวที่มีความเสี่ยงต่อปัญหาเมื่อต้องเจอกับอากาศร้อน ควรหลีกเลี่ยงอากาศร้อน

ที่สำคัญ “รู้อะไรไม่สู้ รู้ตนเอง” ต้องหมั่นสังเกตอาการหรือความผิดปกติในร่างกายของตนเอง เพราะเมื่อเกิดอะไรขึ้นจะช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบาได้.

ขอบคุณที่มา : https://www.pobpad.com

ขอบคุณภาพประกอบ : https://www.redcross.org.au/

 

ข่าวปักหมุด