หน้าแรก

  • HOT NEWS
  • 1.เก็บเกี่ยวถั่วเหลือง 2. พรวนดิน - ดินทราย ใช้ Red Renovato1 กันยายน 2562
  • ตรวจสอบโรคและแมลงศัตรูอ้อย1 สิงหาคม 2562
  • ตรวจสอบโรคแมลงถั่วเหลือง ม้วนและหนอนเจาะฝัก ถ้าพบให้พ่นสารเค1 สิงหาคม 2562
  • พ่นสารเคมีป้องกันกำจัดหนอนม้วนใบ แมลงศัตรูถั่วเหลืองครั้งที่1 กรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมา
  • ตรวจสอบวัชพืชและพ่นสารเคมีป้องกันกำจัด เท่าที่จำเป็น1 มิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา
  • ตรวจสอบโรคแมลง ทั้งอ้อยตอและอ้อยปลูก1 มิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา
  • 1.สร้าง BedFarm ด้วย Zonal Cultivator 2.เตรียมเมล็ดถั่วและเ1 มิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา
  • 1.ไถกลบเศษซาก 2.พรวน OFFSET 3.ปรับระดับ Land Leveling 4.Ripp1 พฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมา
  • จัดรูปแปลงใหม่ในกรณีแปลงรื้อตอ1 เมษายน 2562 ที่ผ่านมา
  • ให้น้ำหลังใส่ปุ๋ยภายใน 3 วัน ให้น้ำหลังใส่ปุ๋ยภายใน 3 วัน1 มีนาคม 2562 ที่ผ่านมา
  • ใส่ปุ๋ยแต่งหน้าอ้อยปลูกปลายฝน สูตร 21-7-18 จำนวน 50 กก. ต่อไ1 มีนาคม 2562 ที่ผ่านมา
  • ให้น้ำอ้อยน้ำราดหลังปลูกและใส่ปุ๋ยภายใน 3 วัน1 มกราคม 2562 ที่ผ่านมา
  • ใส่ปุ๋ยแต่งหน้าอ้อยตอ ครั้งที่ 2 หลังตัดภายใน 10 วัน สูตร 211 มีนาคม 2562 ที่ผ่านมา
  • ใส่ปุ๋ยแต่งหน้าอ้อยตอ ครั้งที่ 1 หลังตัดภายใน 10 วัน สูตร 211 มกราคม 2562 ที่ผ่านมา
  • ตรวจสอบโรคแมลง ปล่อยแตนเบียนไข่และแมลงตัวห้ำ1 ธันวาคม 2561 ที่ผ่านมา
  • ให้น้ำอ้อยปลูกใหม่1 ธันวาคม 2561 ที่ผ่านมา
  • ตัดอ้อยหีบ ไม่เผาใบ และทิ้งใบคลุมดิน1 ธันวาคม 2561 ที่ผ่านมา
  • พบกับมิติใหม่กับเกร็ดความรู้ดี ๆ สำหรับชาวไร่อ้อย1 มกราคม 2561 ที่ผ่านมา

คุณผู้อ่านสังเกตไหมคะว่า ทำไมชาวนา ชาวไร่ ถึงได้มีสุขภาพที่แข็งแรง เมื่อเทียบกับพนักงานที่นั่งทำงานในออฟฟิศแอร์เย็น ๆ นั่นเพราะพฤติกรรมการทำงานที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ไม่เชื่อท่านลองสังเกตจากตัวท่านเองนะคะ ชาวไร่ที่ทำงานออกแรง เดินตรวจไร่ ทำงานในไร่ทุกวัน กับคนที่นั่งทำงานนิ่ง ๆ อยู่กับที่ โรคภัยถามหาใครมากกว่ากัน ทั้งหมดทั้งมวลยกความดีความชอบให้ “การออกกำลัง” โดยเฉพาะการเดินค่ะ เพราะการเดินมีสิ่งมหัศจรรย์เกิดขึ้นมากมายต่อสุขภาพ ดังนี้ค่ะ

เดินนาทีที่ 1-5

สองสามก้าวแรกจะกระตุ้นการปล่อยสารเคมีเพื่อเป็นเชื้อให้การการเดิน ชีพจรจะเร่งขึ้นราว 70-100 ครั้งต่อนาที กระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตและให้ความอบอุ่นแก่กล้ามเนื้อ ไขข้อที่ฝืดและตึงจะคลายตัวลงเพื่อให้การเคลื่อนไหวทำได้ง่ายขึ้น เมื่อเราเคลื่อนที่ไป ร่างกายจะเผาผลาญพลังงาน 5 แคลอรี่ต่อนาที

เดินนาทีที่ 6-10

ชีพจรจะเต้นเร็วขึ้น ร่างกายจะเผาพลาญพลังงานเพิ่มขึ้นเป็น 6 แคลอรี่ต่อนาที เมื่อเราก้าวเท้าได้มากขึ้น ความดันโลหิตที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจะช่วยขยายเส้นเลือด ทำให้เลือดและออกซินเจนเข้าสู่กล้ามเนื้อที่กำลัวใช้งานมากขึ้น

เดินนาทีที่ 11-20

อุณหภูมิของร่างกายจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ เหงื่อเริ่มออก เมื่อเส้นเลือดส่วนที่ใกล้กับผิวหนังขยายขึ้น เริ่มปลดปล่อยความร้อนออกมา เมื่อเราเดินมากขึ้น จะเผาพลาญได้มากขึ้นไปจนถึง 7 แคลอรี่ต่อนาที และหายใจเร็วขึ้น สารโฮโมน เช่น เอฟพะเนฟฟริน (epinephrine) และกลูคากอน (glucagon) จะถูกปลดปล่อยออกมามากขึ้น เพื่อเพิ่มเชื้อให้กับกล้ามเนื้อที่กำลังใช้งานอยู่

เดินนาทีที่ 21-45

จะรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้น ผ่อนคลายเมื่อร่างกายลดความตึงเครียดลง เพราะสารเคมีที่ทำให้รู้สึกดี เช่น เอนดอร์ฟิน (endorphines) เพิ่มขึ้นในสมอง เมื่อไขมันถูกเผาผลาญมากขึ้น อินซูลีนซึ่งช่วยสะสมไขมันจะลดลง ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีสำหรับคนที่มีน้ำหนักเกินและเป็นโรคเบาหวาน

เดินนาทีที่ 46-60

กล้ามเนื้อของเราอาจจะรู้สึกเมื่อยล้า เมื่อปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่สะสมอยู่ลดลง เมื่อร่างกายของเราเริ่มเย็นตัวลง ชีพจรจะเต้นช้าและหายใจช้าลง อัตราการเผาผลาญพลังงานจะลดน้อยลง แต่ก็ยังสูงกว่าตอนที่เราเริ่มเดิน จำนวนแคลอรี่ที่เผาผลาญจะคงที่ไปอีกราวหนึ่งชั่วโมงทั้งหมดนี้ เกิดขึ้นโดยที่เราไม่รู้ตัว

นี่คือผลดีจากการเดิน ไม่ว่าจะตั้งใจเดินออกกำลังกาย หรือเดินทำงานในไร่ในสวน ขอเพียงแค่เริ่มขยับ เท่ากับร่างกายได้รับประโยชน์จาก Movement ของเราอย่างแน่นอนค่ะ.

ที่มาข้อมูลจาก : เว็บไซต์โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์

ข่าวปักหมุด