หน้าแรก

สวัสดีค่ะมิตรชาวไร่ สถานการณ์ฝุ่นควันที่มีอยู่ให้เห็นกันอยู่อย่างต่อเนื่อง การเผาป่าก็เป็นอีกหนึ่งตัวการที่ถูกจับตามองอย่างหนัก เพราะควันที่เกิดจากการเผาป่า สามารถปลิวไปได้ไกลหลายร้อยกิโลเมตร สร้างความเดือดร้อน และเกิดอันตรายจากมลพิษ

ข้อมูลของ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สาเหตุของไฟไหม้ป่า 99.8 เปอร์เซ็นต์ เกิดจากฝีมือมนุษย์ แม้จะกำหนดโทษของการจุดไฟเผาป่าในเขตพื้นที่ป่าอนุรักษ์ โดยให้จำคุกตั้งแต่ 4–20 ปี และปรับตั้งแต่ 4 แสนบาทถึง 2 ล้านบาทตามความเสียหายของพื้นที่ หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่การเผาป่าก็ยังไม่ลดน้อยลง เพราะความเชื่อของชาวบ้าน

มิตรชาวไร่คงเคยได้ยินความเชื่อของชาวบ้านที่อาศัยตามป่าเขา ส่วนใหญ่ทำเกษตรเชิงเดี่ยว จะเผาป่าเพื่อเริ่มทำเกษตรครั้งใหม่ เพราะเชื่อว่า มีพืชบางชนิดอาจต้องใช้ไฟเพื่อช่วยในการเจริญเติบโตหรือผลัดเปลี่ยน เช่น ช่วยให้ผักหวานแตกยอด เมล็ดพันธุ์ที่ทับถมได้งอกใหม่ ต้นอ่อนของพืชผักเห็ดได้เกิดขึ้น ไผ่แตกหน่อใหม่ เป็นต้น

โดยข้อมูลจากมูลนิธิสืบนาคะเสถียรเผยว่า “ตั้งแต่อดีต ไฟป่าเป็นสิ่งที่เกิดคู่กับป่าผลัดใบ เพราะลักษณะของป่าจะเป็นป่าที่มีความชื้นน้อย ทิ้งใบในฤดูแล้ง ทำให้มีเศษซากพืชจำนวนมากปกคลุมดินอยู่ หากไม่เกิดไฟป่าเลย ก็จะส่งผลกระทบต่างๆ ตามมา เช่น กล้าไม้งอกได้ยากขึ้น เพราะรากแทงสู่ดินได้ยากขึ้น ความชื้นเพิ่มขึ้น ทำให้ป่าเปลี่ยนแปลงโครงสร้างไปเป็นป่าอย่างอื่น สัตว์ที่เคยอาศัยในป่าผลัดใบก็จะหายไป

นอกจากช่วยรักษาสภาพโครงสร้างเดิมของป่าได้แล้ว ไฟป่ายังมีประโยชน์อื่นอีก เช่น ลดการแก่งแย่งของกล้าไม้ ลูกไม้ เป็นการป้องกันการระบาดของโรคและแมลง เกิดหญ้าระบัดทำให้สัตว์ป่ามีอาหารกิน

ซึ่งป่าที่มีวิวัฒนาการคู่กับไฟป่า ต้นไม้ก็จะมีกลไกปรับตัวต่างๆ เช่น ต้นเต็งทำให้ตัวเองมีเปลือกที่หนาเพื่อป้องกันระบบส่งน้ำและอาหาร กล้าไม้หลายชนิดมีลำต้นใต้ดิน เมื่อเกิดไฟป่าขึ้น ไฟก็จะไหม้เฉพาะข้างบน กล้าก็สามารถงอกขึ้นมาใหม่ได้ ป่าจึงดำรงอยู่ได้แม้ว่าจะเกิดไฟป่าก็ตาม แต่ในปัจจุบัน การเกิดไฟป่าล้วนเกิดจากมนุษย์ ที่เผาป่าเพื่อล่าสัตว์ หาของป่า ทำให้ความถี่ในการเกิดไฟป่ามากขึ้น ทั้งยังเกิดในป่าไม่ควรเกิด เช่น ลุกลามเข้าไปในพื้นที่ของป่าดิบ ซึ่งต้นไม้ไม่มีกลไกป้องกันไฟป่า ทำให้เกิดผลเสียหายต่อระบบนิเวศมาก"

จากข้อมูลข้างต้น พอสรุปได้ว่า ไฟป่านั้น ถ้าเกิดขึ้นตามธรรมชาติ นาน ๆ ที ในพวกป่าเต็งรัง ก็มีประโยชน์ในการช่วยรักษาสภาพของป่าเต็งรังได้จริง แต่ถ้าเป็นไฟป่าที่เกิดขึ้นถี่ ๆ แถมไปเกิดในป่าประเภทอื่น เช่น ป่าดิบ ซึ่งโดยมากมักเกิดจากฝีมือมนุษย์ กลับจะสร้างความเสียหายให้ธรรมชาติมากกว่า

และนอกจากความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ธรรมชาติแล้ว ผลกระทบจากการเผาป่ายังสร้างความเสียหายและทำลายสุขภาพร่างกายของมนุษย์ด้วย ไม่ใช่เพียงแต่มนุษย์ที่ลงมือเผาป่า แต่คือมนุษย์ที่กลุ่มควันและฝุ่นลอยไปหลายร้อยกิโลเมตร ต่างได้รับผลกระทบนี้ด้วยกัน เพราะฉะนั้นเราควรหยุดเผาเพื่อช่วยกันลดผลกระทบต่าง ๆ เหล่านี้ และปล่อยให้ธรรมชาติจัดการเปลี่ยนผืนป่าด้วยตัวเขาเอง มิเช่นนั้นแล้วมนุษย์จะไม่เหลือธรรมชาติให้ได้สร้างธรรมชาติใหม่มาผลัดเปลี่ยนอีกต่อไป

ขอบคุณที่มาข้อมูล-ภาพ

https://mgronline.com/

https://www.seub.or.th/

 

 

ข่าวปักหมุด