หน้าแรก

สวัสดีค่ะมิตรชาวไร่ จากสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ที่ยังปรากฎให้เห็นอย่างไม่จางหายไปไหน วันนี้เรามาทำความเข้าใจกันค่ะว่า การเผาใบอ้อยที่หลายคนคิดว่าเป็นเรื่องปกติ แท้จริงแล้วส่งผลเสียต่อโลกของเรามากแค่ไหน

ก่อนอื่นมาดูกันค่ะว่า ควันจากการเผาใบอ้อยมีมลพิษตัวร้ายอะไรบ้าง ?

  • มีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) จำนวนมาก
  • มีฝุ่นละออง PM 2.5 ที่เป็นพิษ
  • มีก๊าซพิษอื่น ๆ เช่น คาร์บอนมอนอกไซด์
  • มีเขม่าควันดำ หรือหิมะดำที่หลายพื้นที่ประสบปัญหา

ทำไมควันจากการเผาถึงทำให้โลกร้อน ?

  1. เมื่อเราเผาใบอ้อย ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จะลอยขึ้นไปในอากาศ
  2. ก๊าซนี้จะกักเก็บความร้อนจากดวงอาทิตย์ไว้ในชั้นบรรยากาศ
  3. ความร้อนที่ถูกกักไว้ทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้น
  4. ยิ่งเผามาก โลกก็ยิ่งร้อนขึ้น

ผลกระทบจากการเผาอ้อยที่เกิดขึ้นต่อสภาพอากาศ อาทิ ทำให้อากาศร้อนผิดปกติ ฝนตกไม่ตรงฤดูกาล รวมไปถึงน้ำท่วมและภัยแล้งรุนแรงขึ้น

ผลกระทบต่อการเกษตร อาทิ ทำให้อ้อยโตช้า ผลผลิตลดลง โรคและแมลงระบาดมากขึ้น ดินเสื่อมคุณภาพเร็วขึ้น

ผลกระทบต่อสุขภาพ อาทิ หายใจลำบากจากควันพิษ เสี่ยงเป็นโรคปอด ภูมิแพ้กำเริบ ระคายเคืองตาและผิวหนัง

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ อาทิ ค่ารักษาพยาบาลเพิ่มขึ้น ผลผลิตทางการเกษตรลดลง รายได้ครอบครัวลดลง

ทางออกที่ดี คือ การตัดอ้อยสด ซึ่งมีประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดปัญหาโลกร้อน อากาศสะอาด ไม่มีฝุ่น ในแง่ของชาวไร่เอง ได้ขายใบอ้อยได้เงินเพิ่ม อ้อยมีคุณภาพดี ได้ราคาดี ประหยัดค่าใช้จ่ายในการเผา สุขภาพแข็งแรง ไม่เจ็บป่วย

นอกจากนี้ตัดอ้อยสด ยังก่อประโยชน์ต่อดิน คือช่วยให้ดินอุดมสมบูรณ์ เก็บความชื้นได้ดี มีธาตุอาหารสะสม ลดการใช้ปุ๋ย

การเลิกเผาใบอ้อยของเราแต่ละคน อาจดูเหมือนเรื่องเล็ก แต่ถ้าทุกคนร่วมมือกัน จะช่วยลดโลกร้อนได้มาก เริ่มต้นจากตัวเราเอง เพื่อลูกหลานจะได้มีอากาศดี ๆ หายใจ มีดินดี ๆ ทำกิน และมีโลกที่น่าอยู่ในวันข้างหน้า

ฝากไว้ให้คิดนะคะ "เผาใบอ้อยวันนี้ = ทำลายอนาคตลูกหลานพรุ่งนี้" มาร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลโลกของเรา ด้วยการเลิกเผาใบอ้อย หันมาตัดอ้อยสดกันเถอะค่ะ

ข่าวปักหมุด